1. Verb to be ที่เป็นกริยาหลัก
a) แสดงอาการมี เป็นอยู่หรือการใช้ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลหรือสิ่งของ
Tom is a teacher. ทอม (มีอาชีพ) เป็นครู
The boy is in the house. เด็กชายอยู่ในบ้าน
b) แสดงสภาพทางร่างกายหรือสภาวะทางจิตใจ
I am sleepy. ฉันรู้สึกง่วง
He is excited. เขารู้สึกตื่นเต้น
2. Verb to be + Infinnitive with to
ปกติ verb to be จะไม่ใช้คู่กับ Infinitive ยกเว้นในกรณีa) ประโยคคำสั่ง มักเป็นการสั่งบุรุษที่3 หรือไม่เจาะจงบุคคล เช่น anyone
He's to wait for Mr. Somprasong.
เมื่อใช้กับบุรุษที่ 2 จะหมายถึง การได้รับถ่ายทอดคำสั่งมาอีกต่อหนึ่ง
You're to tell him the truth.
b) การวางแผน ความตั้งใจ
I am to go to London next Monday.
c) ในรูป was/were + Infinitive with to ใช้กับ Past tense เพื่อกล่าวถึงโชคชะตาหรือสิ่งที่ต้องเป็นไป
They left their hometown, not knowing that they were never to come back again.
3. There + Verb to be
ใช้เมื่อต้องการบอกความหมายว่า "มีอยู่" และประธานต้องเป็นคำนามที่ไม่ชี้เฉพาะ
There is a cat on the table.
4. Verb to be ที่เป็นกริยาช่วย
ใช้ใน Continous tense (be + V.-ing) ที่แสดงถึงการกระทำที่ดำเนินอยู่ และใน Passive voice ( be +V3)
ที่แสดงถึงประธานถูกกระทำโดยกริยานั้น
There race is on the point of starting.
There was on point buying things you needn't use.

Reference
ณพวัสส์ ธัมพิพิธ. ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ อย่าคิดว่ายาก.(2551). กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬา
ลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น